2012/Jun/09

ไม่ได้เขียนบล็อคนานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

พอดีวันก่อนนึกขึ้นมาว่า ไปกินร้านนี้บ่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แต่ไม่เคยเขียนถึงจริงจังเลยแม้แต่ครั้งเดียว เลยลองเขียนซักหน่อย
 
*รูปภาพทั้งหมดมาจากการไปทานหลายครั้ง เลยจะแตกต่างกันบ้างไม่มากก็น้อย*
 
ผมกินร้านมิยาทาเกะครั้งแรก ที่สาขาฟูจิซุปเปอร์(สุขุมวิทย์33/1) ตอนนั้นร้านที่เน้นขายซูชิดีๆ
ที่ฮิตโคตรๆกันช่วงนี้ยังไม่เกิด (ทั้งฮอนโมโนซูชิ ซูชิมาสะ และร้านสุดฮิตดาราตรงทองหล่อซอย10มุเก็นไดก็ด้วย)
เป็นช่วงที่การหาซูชิดีๆกินในกทม. ต้องไปตามหาตามย่านคนญี่ปุ่นเท่านั้น
และมิยาทาเกะก็เป็นร้านที่ราคาคุ้มค่าที่สุดเท่าที่ผมรู้จัก (แต่ก็ยังแพงอยู่ดีฮ่าๆ)
หลังจากนั้นผ่านไปหลายปี ก็วนกลับมาเจอกันอีกครั้งที่สาขาโตคิว
ซึ่งผมก็ยังคิดว่าเป็นร้านซูชิที่คุ้มค่าที่สุดอยู่เช่นเดิม เลยไปกินบ่อย อย่างน้อยก็อาทิตย์ละรอบนั่นเอง
 
 
จุดเด่นที่สุดของร้านมิยาทาเกะสาขาโตคิว คือความเป็นกันเองของพนักงาน อยากได้อะไรขอได้สั่งได้
อยากกินซาชิมิรวมมีงบ5ร้อย ก็บอกสั่ง5ร้อยบาท มี5พันก็5พันบาท เขาทำให้ได้หมดถ้าร้านมีของ
หั่นปลาหนา/บาง ปั้นข้าวชิ้นเล็ก/ใหญ่ ผสมนู่น ไม่เอานี่ ต้องการอะไรบอก พ่อครัวจัดให้
ทำให้สามารถกินของที่เราต้องการได้จริงๆ (แต่อย่าเรื่องมากนะครับ ก่อนสั่งอะไรคิดถึงใจคนทำด้วยฮ่าๆ)
 
ส่วนจุดด้อยคือ ชนิดปลาที่น้อยกว่าสาขาอื่น และร้านอื่นอย่างเห็นได้ชัด
แต่เพราะว่าชนิดปลาน้อย ทำให้สามารถเน้นคุณภาพได้กับทุกๆอย่างแหละนะ
 
นอกจากนั้นร้านมิยาทาเกะ เป็นแบรนร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องปลามาคุโร่ ร้านที่ญี่ปุ่นมีปลามาคุโร่จากทั่วโลก
ให้ลูกค้าเลือก ส่วนที่ไทยถึงจะไม่มีให้เลือกแบบญี่ปุ่น แต่มาคุโร่ของร้านก็มีคุณภาพและความหลากหลาย
ในราคาที่เหมาะสม ไปอาทิตย์นี้เจอมาคุโร่จากสเปน อาทิตย์ถัดไปอาจเจอจากอินเดีย
รสชาติไม่เหมือนกันจริงๆนะเออ เหมือนผักที่ปลูกด้วยดินต่างถิ่นกันนั่นแหละ~
 
และจุดที่เด่นมากอีกเรื่องคือ ผมยืนยันว่า
"มิยาทาเกะสาขาโตคิวเป็นร้านสเต็กเทปันยากิที่ดีที่สุดในละแวกมาบุญครอง-เวิลด์เทรด"
เด็กการ์ตูนอยากกินสเต็ก "จงมาที่นี่"  (ขออภัยหากท่านเป็นคนธรรมดาที่เข้ามาอ่านและไม่เข้าใจส่วนนี้)
โอเคมันไม่ได้ถูกเป็นสเต็กลุงหนวด แต่จ่าย4ร้อยได้เท่าไปกินร้านราคาพันนึงเชื่อผม- -/
 
เอาละมาดูรูปกันดีกว่า
(รูปไม่หลากหลายนะ ไปกินบ่อยจนรู้สึกว่าไม่ต้องถ่ายแล้ว แต่พอจะเอามาอัพจริงๆกลับไม่มีกร๊าก)
 
เริ่มจากมาคุโร่ พิเศษที่เจ้าของร้านสั่งมาเลี้ยงแขกแล้วแบ่งมา
บังเอิญไปตรงเวลาพอดี~~~
สองชิ้นนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจากส่วนไหนของโลก(ลืมไปแล้ว) แต่รสชาติจะเหมือนที่หากินได้ที่ญี่ปุ่น
ซึ่งรสชาติและรสสัมผัสจะต่างจากที่อยู่ในไทยพอสมควร โดยจะมีกลิ่นของปลามากกว่า
และรสสัมผัสจะนิ่ม ไม่กระด้าง
 
 
1คำ :D ราคาลืมไปแล้ว3-4ร้อยมั้ง แพงกว่าปกติหน่อยแต่ก็ของแรร์
 
ต่อกันด้วย มาคุโระสึเคะ คือการเอาปลามาคุโร่ส่วนเนื้อแดง(อาคามิ) ไปแช่ในโชยุให้รสโชยุซึมเข้าไป
เหมือนหมักเนื้อนั่นเอง เวลากินไม่ควรจิ้มโชยุเพิ่ม เติมวาซาบิเล็กน้อยพอ
(ถ้ากินแล้วรู้สึกจืดไม่สะใจ ขอให้ท่านสั่งปลาดิบธรรมดามาชุปโชยุตามแต่ท่านต้องการ- -/)
 
ซาชิมิธรรมดา ฮามาจิ แซลม่อนซาบะ
ปกติแซลม่อนกับซาบาจะมีตลอด ส่วนฮามาจิเป็นวันๆบางวันก็หมด จริงๆแล้วฮามาจิร้านนี้ผมรู้สึกแพงไปนิด
คืออร่อยสมราคา แต่ถ้าไม่ได้ชอบมากกกกก็ไม่ควรสั่งบ่อย(เปลืองฮะๆ)
 
 
ซูชิ หลากหลายอย่าง
เริ่มจากรูปแรก ในรูปมีบนซ้ายซาบะ ลงมาแซลม่อน ลงอีกแซลม่อนอาบุริ(เผาไฟ)
แถวขวาล่างมาคุโร่ ขึ้นบนเป็นหอยเชล มากิคือแตงกวา
(ในรูปจริงๆน่าจะเป็นเซ็ตแซลม่อนมาคุโร่ของร้าน ที่หายไปแล้วบางชิ้นกับสั่งหอยเชลกับซาบะเพิ่มไปมั้ง)
 
ต่อด้วยมาคุโร่น่าจะจูโทโร่(เนื้อส่วนผสมระหว่างเนื้อแดงกับเนื้อมีมัน) กับฮามาจิ
*ญี่ปุ่นเรียกโทโร่=เนื้อที่มีไขมัน ไม่จำเป็นต้องเป็นส่วนท้องเสมอไป
 
ซ้ายบน หอยปีกนก(ฮอกคิไก) แถวล่างจากซ้าย ซาบะอาบุริ แซลม่อนอาบุริ
อิคุระ(ไข่แซลม่อน) เนกิโทโร่(โทโร่สับกับต้นหอม)
 
แซลม่อนส่วนท้องอาบุริ แบบหนาพิเศษ...... กับฮามาจิที่แอบอยู่ข้างหลัง
 
เนื้อ! (จะเป็นเนื้อโกเบไม่ก็มัตสึซากะซักชนิด ซึ่งมึตสึซากะจะแพงกว่า ก่อนสั่งแนะนำให้ถามก่อนว่าวันนี้มีเนื้ออะไร)
 
อูนากิ(ปลาไหลทะเล)คอนโด(แถมมา) ไปกินหลังจากไปร้านอองเดรย์ที่มีเมนู"ไข่คอนโด"พอดี
(ไข่เจียวสองฟองวางซ้อนกันแค่นั้นแหละไม่ต้องงง) เลยเรียกชื่อเหมือนกันไปเลยฮ่าๆ
 
ต่อไปเมนูประจำของจิน ไม่แน่ใจว่ามีลูกค้าคนอื่นเคยสั่งไหม
แต่อย่างน้อยในหมู่เพื่อนน่าจะสั่งเป็นคนแรก
คือที่ญี่ปุ่นมันมีแบบนี้อะ....ก็เลยบอกเขาให้ทำแบบนี้มาเลยไม่ต้องหั่น
อานาโกะ"หนึ่งตัว"
**จริงๆมันก็แค่การวางให้ดูใหญ่ เวลากินให้ใช้ตะเกียบแบ่งส่วนที่ยาวออกมากินเปล่าๆก่อน
แล้วค่อยคีบส่วนที่อยู่บนข้าวกินปกตินะ อย่าพยายามม้วนแล้วยัดเข้าปากละน่าเกลียดฮ่าๆ**
 
 
ต่อไปรวมซูชิ
ปลาไหล่หนึ่งตัว ซาบะอาบุริ แซลม่อน เนื้อ จูโทโร่
 
แล้วก็มาดูสเต็กกันบ้าง มีรูปแค่สองอย่างคือเนื้อเซอรอย(สันนอก)กับปลาหิมะ
 
 
**ที่ร้านจะมีเป็นเซ็ตสเต็ก+60บาท ได้ข้าวผัดกระเทียม สลัด ครีมซุบด้วย ใครสนใจลองสั่งกันดู**
 
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
ก็ราวๆนี้ จริงๆแล้วถ้าเทียบราคากันแบบบาทต่อกรัม "ซูชิมาสะถูกกว่า" แต่มิยาทาเกะโตคิว "คุ้มค่ากว่า"
เพราะ มาสะคนเยอะมาก และพอคนเยอะข้าวจะเบี้ยว....ไม่อร่อย
แต่มาสะก็มีชนิดปลาเยอะกว่าจริงๆ
 
ส่วนเทียบกับฮอนโมโนซูชิ ผมว่าฮอนโมโนผีเข้าผีออก แล้วแต่ดวงว่าไปเจออะไร
แต่มิยาทาเกะคงที่กว่าเยอะ ไปกี่รอบกี่รอบรสชาติก็ไม่ต่างกัน
 
เทียบกับมุเก็นได ถ้าอยากกินหรูให้ไปมุเก็นได ถ้าอยากกินอิ่มให้มาที่นี่ เพราะมุเก็นไดแพ๊งOTL....
(จริงๆไม่ค่อยอยากเทียบ เพราะร้านมันแทบจะคนละเกรดคนละราคา....)
 
เอาละ ส่งท้ายกันด้วย...................................
 
อัญมณี!
 
สวัสดีครับ แล้วเจอกันรอบหน้า อาจจะเร็วๆนี้หรือนานมากกกกก ฮ่าๆ